top of page
สีฟ้า กัลยารัตน์ วารณะวัฒน์
2540 26-28เม.ย.เกาะนางยวน (4).jpg
สีฟ้า..หนึ่งเดียวคนนี้ ที่เป็นทั้งครู และพี่สาวที่รักและเคารพ
          ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่นิ่ม..สีฟ้า เริ่มต้นแบบที่เรียกว่า "ความไม่ประทับใจ..แรกพบ" ก็ว่าได้ มันเป็นความซวยของผมเองครับ เรื่องเริ่มต้นมันมีอยู่ว่า ก่อนหน้าที่จะได้รับการคัดเลือกเข้ามาเป็นนักแต่งเพลงหน้าใหม่ของแกรมมี่ในปี 2533  พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค เคยใช้ห้องประชุมชั้น 5 ของตึกแกรมมี่เก่าในซอยสุขุมวิท 39 เป็นที่ทำเวิร์คช็อปสอนแต่งเพลง พวกบรรดานักเรียนของพี่ดี้รวมทั้งผม ก็จะไปกันเฉพาะวันอาทิตย์ตอนบ่ายโมง และอยู่ส่งการบ้าน ฟังคอมเม้นท์ซึ่งกันและกัน ตบท้ายด้วยการสรุปของพี่ดี้ ใช้ห้องประชุมนี้จนถึงค่ำๆทุ่มสองทุ่ม  ผมมีโอกาสได้เข้าไปใช้ห้องประชุมชั้น 5 นั้นเป็นห้องส่งการบ้านอยู่ประมาณหกเดือน ที่ห้องนั้นจะมีโทรศัพท์อยู่เครื่องหนึ่ง จะเป็นเบอร์ต่อเข้ามาห้องนี้หมายเลขอะไร ผมก็จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าบรรดานักเรียนของพี่ดี้ทุกคน รู้เบอร์ต่อนี้ และใช้โทรศัพท์เครื่องนี้กันในวันอาทิตย์ เป็นเรื่องปกติ

          พอถึงวันที่
17 พฤษภาคม 2533 ผมก็ได้เข้าทำงานเป็นวันแรก ห้องทำงานของทีมแต่งคำร้องจะอยู่ชั้น 4 ด้านในอาคาร โดยมีห้องทำงานพี่เต๋อ เรวัต และโต๊ะเลขานุการอยู่ด้านหน้า  ห้องทำงานของพวกเราเป็นห้องรวม มีโต๊ะทำงานของแต่ละคนและพาติชั่นกั้นไว้เท่านั้น ทีมคำร้องยุคนั้น ประกอบด้วย พี่ดี้, พี่นิ่ม, พี่เขตต์อรัญ, น้าประชา, พี่ป๋อง อรรณพ และ พี่ตุ๊ก วรัชยา ที่เข้าไปก่อนล่วงหน้าชุดหลังที่มีผมไม่นาน

          พี่ดี้แนะนำน้องๆ สมาชิกใหม่ 4 คนให้พี่ๆรู้จัก คือ
แว่น จักราวุธ, น้าแป๊ก นวฉัตร, พี่จุ๋ม วีระเกียรติ และผม รวมเป็น 10 คน ขาดอีกคนเดียวก็ลงแข่งกับทีมลิเวอร์พูลได้แล้ว

          ในวันเดียวกันนั่นเอง ตอนเย็นๆ พี่ดี้ก็บอกให้พวกเราขึ้นไปที่ชั้น 5 ซึ่งเป็นห้องประชุมใหญ่ ห้องเดิมที่ผมเคยใช้ทำเวิร์คช็อปในวันอาทิตย์นั่นแหละ พี่ดี้แนะนำพวกเราน้องใหม่สายคำร้อง กับพวก
พี่โอม ชาตรี, พี่ป้อม อภิไชย, พี่จ๊อด กฤษณ์, พี่ฉ่าย สมชัย, พี่ตั๋ม จาตุรนต์ และหนึ่งในคนที่สำคัญที่สุดกับบริษัทนี้ก็มานั่งประชุม เพื่ออัพเดทงานของทีมแต่งเพลงด้วย ก็คือ พี่บูลย์ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม หรืออากู๋ นั่นแหละ
2540 26-28เม.ย.เกาะนางยวน.jpg
Green Trip (15).jpg
          ในขณะที่ผมกำลังตื่นเต้นที่ได้เจอ Idol ในการแต่งเพลงของผม ที่เคยแต่อ่านชื่ออยู่ในปกเทปอยู่แทบจะครบทุกคน กำลังล่องลอยราวกับฝันไป กับ วันที่ดีที่สุดในชีวิต  วันหนึ่ง..อยู่นั้น ก็มีมือซาตานน้อยๆมากระตุกให้ผมร่วงหล่นจากสวรรค์

          เสียงโทรศัพท์ดังกริ๊งงง...มือที่อยู่ใกล้เครื่องรับโทรศัพท์ที่สุด คือมือของ..อากู๋  อากู๋คว้าสายขึ้นมารับ เพราะนึกว่าเลขานุการโทรมาตาม เพราะมีเรื่องสำคัญด่วนอะไร แต่ปรากฏว่า เป็นเสียงเล็กๆของผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ "กิ่ง"..กิ่งเป็นหนึ่งในนักเรียนของพี่ดี้ เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับผม ไม่ได้รับคัดเลือกเข้ามาแต่งเพลง แต่ก็ได้ทำงานเป็นพนักงานใหม่อยู่กับฝ่ายคอนเสิร์ตของแกรมมี่  กิ่งจะรู้ได้ไงก็ไม่ทราบ ว่าผมกำลังเข้าไปในประชุมในห้องนั้น อาจจะอยากโทรมาแสดงความยินดีตามประสาเพื่อนก็ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงนั้น มันทำเอาผม ไปไม่เป็น ทำหน้าไม่ถูก ยกมือไหว้ขอโทษพี่บูลย์ และพูดอะไรเบาๆสั้นๆราวกับเสียงแมวครางกับกิ่ง ว่ากำลังประชุมกับผู้ใหญ่อยู่ กิ่งรับทราบ แล้วสายนั้นก็วางไป การประชุมวันนั้น จบแล้วก็แยกย้ายกันไป ผมก็กลับบ้านนอนฝันดี สุดแสนจะภูมิใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมแต่งเพลงทีมนี้

          เข้าออฟฟิศครั้งต่อมา พอพี่นิ่มเห็นหน้าผม ก็เรียกผมเข้าไปที่โต๊ะแล้วตำหนิผมในเรื่องนี้ ผมยอมรับว่าใจเสียไปเลย เสียไปในอากาศ เพราะดูเหมือนจะเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีเอาซะเลย ผมเชื่อว่าคนฟังเพลงส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ถ้าจะรู้จักพี่นิ่ม ก็คือรู้จักว่า สีฟ้า แต่งเพลงอะไรบ้าง แต่นอกจากนามปากกา "สีฟ้า" แล้ว พี่ดี้ยังเรียกพี่นิ่มว่า "นิ่ม ระเบิดขวด" ผมไม่รู้ว่าพี่ดี้จำประสบการณ์อะไรเกี่ยวกับสิ่งที่พี่นิ่มเคยทำมา แต่ฉายา นิ่ม ระเบิดขวด คาดว่าคงไม่ได้มาแบบไม่มีเหตุผล แล้ววันนั้น ผมก็โดนสะเก็ดระเบิดไปอย่างเป็นทางการ

          คงด้วยคุณสมบัตินี้ ทำให้พี่นิ่มเปรียบเสมือนพี่สาว พี่ใหญ่สำหรับทุกคนในบรรดาน้องๆที่เข้ามาใหม่ ทำหน้าที่เป็นผู้คุมกฏไปโดยปริยาย หนึ่งในสิ่งที่พี่นิ่มเป็นคนจับพวกนักแต่งเพลงใส่กระด้ง คือ การเก็บค่าปรับเงินสำหรับคนที่มาสาย ความจริงทีมแต่งเนื้อเพลงนัดเข้ามาอัพเดทและ ทำงานกันแค่อาทิตย์ละสองวัน คือวันจันทร์กับวันพฤหัส  และเวลาที่นัดประชุมทีมคือ 13.00 น.  แต่ก็ยังมีน้องที่ดื้อๆโอ้เอ้ เข้าออฟฟิศบ่ายแก่ๆตลอด ขาประจำสองคนนั้นคือผมกับแว่น จักราวุธ ปรับชั่วโมงละ 500 บางเดือนผมกับแว่นจ่ายเข้ากองกลาง (สำหรับสันทนาการในกลุ่มของพวกเราเอง) กันคนละ 3,000 บาท แต่ผมกับแว่น ก็ไม่เคยสำนึก เพราะไม่คิดว่าจะโดนไล่ออก ถ้าไล่ออก พี่ดี้ พี่นิ่ม ก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าจะไล่ออกไปไหน!

          นึกๆดูก็เห็นใจพี่นิ่ม เพราะจะเป็นผมหรือแว่นจำไม่ได้ ไม่แน่ใจ ต่อรองว่าขอจ่ายราคาเหมาเป็นรายเดือนแบบแพ็คเกจ AIS ได้ไหม? คิดแล้วก็น่าละอายใจอยู่ไม่น้อย พี่นิ่มเองเป็นผู้ใหญ่ เป็นนักแต่งเพลงดังขนาดนี้ ไม่เคยมาสายแม้แต่ครั้งเดียว แต่ผมกับแว่นนี่บ่ายสองตลอด..ขาประจำ แต่คงไม่เป็นไรหรอก ผมมีรอยยิ้มเป็นอาวุธ! ส่วนแว่น น่าจะมีจักร..เป็นอาวุธ หรือมีอะไรก็ไม่รู้ ก็ยังทำงานกับพี่ดี้ พี่นิ่ม มาจนถึงเวลาอันควรสำหรับทุกๆคน
สิมิลัน (4)_edited.jpg
สิมิลัน
2539 Nepal (30).jpg
Logo 6_edited.jpg
bottom of page