top of page

คำร้องของสุรักษ์ บนตัวโน้ตท่วงทำนองของ “ชาตรี คงสุวรรณ”

Music & Lyrics

          เวลาที่มีโอกาสรับเชิญไปสอนหรือบรรยายเกี่ยวกับเรื่องการแต่งเพลงทุกๆที่และทุกๆครั้ง ผมมักจะบอกกับน้องๆหรือผู้เข้าร่วมรับฟังว่า “ทำนอง” ของเพลง มีความสำคัญมากขนาดไหน ในการทำงานแบบนักแต่งเพลงอาชีพตั้งแต่รุ่นครูเพลง ลูกทุ่งลูกกรุง จนมาถึงยุคปัจจุบันของวงการเพลงไทยหรือเพลงสากล หรือแม้กระทั่งบทเพลงของทุกชาติทุกภาษา มักจะมีการจับคู่ในการเขียนคำร้องและทำนองร่วมกัน ระหว่างคนแต่งทำนองและคนแต่งคำร้อง ไม่จำเป็นที่ต้องทำควบคู่ไปพร้อมๆกันทั้งสองอย่าง ใครดีเด่นด้านไหนก็ทำสิ่งนั้นไป เช่นครูเอื้อ สุนทรสนาน แต่งทำนอง มีครูแก้ว อัจฉริยะกุล และผู้แต่งคำร้องท่านอื่นๆร่วมงานกับท่าน ครูสมาน กาญจนผลิน แต่งทำนอง มีครูชาลี อินทรวิจิตร แต่งคำร้อง ฯลฯ

​

          เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่คนทำเพลงหลายๆคน มักจะพยายามอยากทำมันทั้งสองอย่างไปด้วยตัวคนเดียว อาจจะเป็นความรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำ และถ้าทำสำเร็จ กลายเป็นเพลงดัง ก็จะได้รับการยกย่องในทั้งสองด้าน แต่สำหรับผมแล้ว คำเตือนคือ “ระวังจะติดกับดักของความภูมิใจ” นั้น และทำให้ความที่คิดไปเองว่าภูมิใจ กลับกลายเป็นการลดทอนคุณค่าในศิลปะในการประพันธ์เพลงเพลงนั้นไปอย่างน่าเสียดาย

​

          มีนะครับ! แต่ก็ไม่ได้เยอะ สำหรับคนที่สามารถแต่งทำนองเพราะๆด้วยและเขียนเนื้อเพลงได้อย่างเลอเลิศไปด้วยได้พร้อมๆกัน อย่างเช่น ครูไพบูลย์ บุตรขัน และครูพยงค์ มุกดา ทั้งสองท่านนี้ผมยกย่องเป็น Idolในการแต่งเพลงของผมเลย​

​         

Ohm  (2).jpg

          ความจริงศิลปินหลายๆท่าน ก็สามารถทำทั้งสองสิ่งนี้ได้นะครับ ในยุคการทำงานของผม ทั้งพี่ป้อม อัสนี โชติกุล ก็แต่งคำร้องได้ พี่โอม ชาตรี คงสุวรรณ ก็ทำได้ แต่ระยะยาวๆบนถนนสายดนตรีแล้ว พี่ทั้งสองท่านที่ถือว่าเป็นสุดยอดของวงการเพลงไทย ก็ยอมลดทอนการสร้างสรรค์ของตัวเองลงมาเหลือแค่การ “แต่งทำนอง” และเป็น Producer

​

          ทำนองเพลงสำคัญขนาดไหนเหรอ มันสำคัญขนาดที่ว่าพอได้ยินทำนองปั๊บ เราก็รู้เลยว่า นี่จะต้องเป็นเพลงฮิตแน่นอน! โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าคำร้องจะเป็นแบบไหน หรือใครจะเขียน? ทำนองสำคัญขนาดที่ว่าเราจะต้องแต่งทำนองเพลงก่อนที่จะเขียนคำร้อง นี่เป็นวิธีการทำงานตามมาตรฐานค่ายเพลงใหญ่ และในสเกลระดับเพลงสากล ตั้งแต่ยุค 50’s - 80'S เรื่อยจนมาถึง Maroon 5, Taylor Swift, Chalie Puth ฯลฯ ผมก็ยังได้ยินทำนองที่ไพเราะอยู่เบื้องหลัง Lyrics เพลงดังเหล่านั้นอยู่ทุกเพลง ความจริงเพลงๆหนึ่งจะดัง อาจจะไม่ต้องมีปัจจัยองค์ประกอบทางศิลปะที่ครบถ้วนเสมอไป แต่อย่างไรก็ตาม เพลงจะฟังดี ผมก็ยังให้แต้มทำนองที่ฟังดีอยู่เสมอ ส่วนใครจะเห็นความงามในแบบอื่นๆ อันนี้ผมจะไม่เข้าไปแตะต้อง ชอบอะไร ชอบแบบไหน ชอบใคร ก็ชอบไปเถอะครับ ถ้ามันโดนใจเราเพราะอะไรสักอย่างสองอย่าง มันก็คงจะดีพอที่จะชื่นชมได้แล้วแหละ

​

          ว่ากันถึงธรรมชาติของนักแต่งทำนองและนักแต่งคำร้อง อาจจะมีหลายๆคนที่ใช้ชีวิต รักและทำในสิ่งเดียวกันอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ที่ผมเห็น คนแต่งทำนองมักจะเล่นดนตรีอาชีพ ส่วนคนแต่งคำร้อง (ส่วนใหญ่) มักจะอ่านหนังสือ ดูหนังเป็นหลัก คนแต่งทำนองมักจะหน้าตาดีกว่านิดหน่อย แต่คนแต่งคำร้องมักจะคารมดีกว่านิดหน่อยเช่นกัน อันนี้หยอกๆ! พวกที่เขียนคำร้องเพลงแนวรักอบอุ่น มักจะเจ้าชู้มากกก ก.ไก่ สามตัว นี่จะหมายถึงใครบ้างก็ไม่รู้!​   เกริ่นถึงความสำคัญของทำนองเพลงมา เพื่อที่จะอ้างอิงถึงพี่โอม ชาตรี ก็เข้าเรื่องเลยละกันนะครับ

Ohm  (1).jpg

          ผมเป็นรุ่นน้องพี่โอมประมาณ 5-6 ปี ในวันที่พี่โอมยังเป็นสมาชิกวง The Innocent ผมจึงมีวงนี้เป็นหนึ่งในวงที่ชื่นชอบ ในความทรงจำของแฟนเพลงยุค 80’s จะมีภาพจำของพี่โอม ชาตรี ว่าเป็นศิลปินนักร้องที่เล่นกีต้าร์เก่งระดับเทพ เพลง “มนต์ไทรโยค” ทำให้มือคีย์บอร์ดและมือกีต้าร์แกะท่อน Solo กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ใครเล่นตาม เล่นเหมือน คือเก่ง! และตอกย้ำสถานะมือกีต้าร์ขั้นเทพด้วย Solo เพลง “เห็นใจกันหน่อย” ซึ่งถือว่าเป็นเพลงป๊อปไทยที่คลาสสิคมากๆเพลงหนึ่ง ในความเห็นส่วนตัวของผม

​

          ในภาพจำการแต่งทำนองเพลงที่สุดยอดของพี่โอม ในความทรงจำของผมในสมัยอยู่วง The Innocent ก็จะมีเพลงเหล่านี้ (ผมแปะลิ้งค์ไว้ให้ เผื่อน้องๆสนใจตามไปฟัง)

- เพราะเธอหรือเปล่า https://www.youtube.com/watch?v=megl9xBSlvs

- เห็นใจกันหน่อย https://www.youtube.com/watch?v=CXsUbu_f-Jc

- สักวัน https://www.youtube.com/watch?v=yfAvuZxggew

- เพียงครึ่งใจ https://www.youtube.com/watch?v=47oRTJJHxCU

​

          พี่โอมเติบโตมากับการฟังเพลงสากลในยุค 60’s – 70’s ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองของวงการเพลงป๊อปโลก ที่การเลือกเมโลดี้ การเลือกใช้คอร์ด ทั้งระดับที่เป็นเบสิคและระดับพลิกแพลงตะแคงคอร์ด เป็นหัวใจสำคัญของการแต่งทำนองเพลง เป็นช่วงเวลาที่ศิลปินปล่อยของกันเต็มที่ ใครอยากสร้างสรรค์อะไรแบบไหนก็ทำ เพลงยาว 7 นาทีไปเลย มีฟอร์มทำนองที่แตกต่างยังกับคนละเพลงอยู่ในเพลงเดียวกันไปเลย ร้องเสียงหลบไปทั้งเพลง จนเป็นแนวทางของวงเลยอย่าง Stylistics และ Bee Gees เอาเพลงร็อคผสมกับวงออร์เครสตร้าไปเลยอย่างวง E.L.O. หรือเอา Jazz ผสม Rock ไปเลยแบบ ToTo นี่ไม่รวมนวัตกรรมในโลกดนตรีอีกมากมาย ที่เกิดขึ้นในยุคนี้

​

          เมื่อพี่โอมเติบโตมากับเพลงสากลในยุคนี้ จึงเป็นสารตั้งต้นสำคัญที่ทำให้วันหนึ่งวงการเพลงไทย จะได้มีโปรดิวเซอร์มือทองอย่างพี่โอมเกิดขึ้น อัลบั้มที่ทำยอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์อันดับต้นๆของวงการเพลงไทยอย่างอัลบั้ม “รหัสร้อน” ของคริสติน่า ที่ทำยอดขายเกิน 3.5 ล้าน Copies ก็อยู่ในการดูแลการผลิตของพี่โอมนะครับ

​

           ด้วยความเข้าถึงเข้าใจและรสนิยมทางดนตรีที่เป็นเลิศของพี่โอม ทำให้เพลงในยุคแรกสำเร็จของแกรมมี่ มีเพลงที่แต่งทำนองโดยพี่โอม ประดับไว้อยู่หลายๆเพลง ผมเริ่มจดจำลายเซ็นการแต่งทำนองเพลงของพี่โอมกับแกรมมี่ตั้งแต่เพลง เหมือนเป็นคนอื่น, ขอบใจจริงๆ ของพี่เบิร์ด และนั่นทำให้ผมเริ่มฝันว่า ไหนๆอยากจะเป็นนักแต่งเพลงทั้งที ก็ขอเป็นนักแต่งเพลงของค่ายแกรมมี่ นั่นแหละ

​

          ผมได้เล่าเรื่องส่วนตัวว่าเข้าวงการเพลงยังไง ไว้ในหนังสือ “เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง” เล่าไว้ในเพลง “นักเดินทาง” ของกัมปะนี แล้ว จึงขออนุญาตไม่เล่าซ้ำในที่นี้ เพราะเกรงใจคนที่ซื้อหนังสือผมไปอ่านแล้ว เอาเป็นว่าขอเล่าไว้ย่อๆตรงนี้ว่า พี่โอมชี้ทางไปที่พี่ดี้ นิติพงษ์ แล้ววันหนึ่งประมาณไม่ถึงปีหลังจากนั้น ผมก็ได้เข้าไปนั่งอยู่ในทีมแต่งเพลงของแกรมมี่ ซึ่งมีพี่โอมนั่งอยู่ในนั้นด้วย โอ๊ยย..ฝันเป็นจริง

​

          การได้ทำงานร่วมกับคนแต่งทำนองเก่งๆอย่างพี่โอม เป็นความภาคภูมิใจของชีวิตและการทำงาน ผมมานั่งไล่เรียงดู สิบกว่าปีที่ทำงานในทีมแต่งเพลงของแกรมมี่ ผมมีผลงานที่เขียนคำร้องอยู่บนทำนองของพี่โอมอยู่ 8 เพลงดังนี้

​

           เห็นรายชื่อเพลงและศิลปินแล้ว ผมหวังว่าทุกๆท่านคงจะรู้จักและคุ้นเคยบทเพลงเหล่านี้กันดีอยู่ และผมหวังว่าเนื้อเพลงที่ผมเขียนบนทำนองของพี่โอมในบทเพลงเหล่านี้ คงจะสมศักดิ์ศรีและคู่ควร ดีงามไปด้วยกันทั้งสองสิ่ง คำร้อง สุรักษ์ ทำนอง พี่โอม ชาตรี คงสุวรรณ ผมนี่โชคดีจริงๆ!
Ohm  (3).jpeg
Logo 6_edited.jpg
bottom of page